11 วิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ ปรับใช้ได้ทุกฤดูกาล ลดค่าใช้จ่ายรายเดือน
Key Takeaway
- การเปิดแอร์กินไฟ เพราะแอร์ต้องดึงความร้อนและความชื้นออกจากห้อง ยิ่งห้องร้อน แดดแรง หรืออากาศอับ แอร์ก็ยิ่งทำงานหนัก ส่งผลให้ใช้พลังงานและกินไฟมากขึ้น
- การเลือกแอร์และการติดตั้งแอร์ให้ประหยัดไฟ ควรเลือกแอร์เบอร์ 5 ขนาด BTU เหมาะกับห้อง ติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่โดนแดดจัด และวางคอมเพรสเซอร์ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทดี จะช่วยให้แอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพและประหยัดไฟ
- วิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ เช่น ตั้งอุณหภูมิ 26-27°C ใช้พัดลมช่วย ปิดม่านกันแดด หลีกเลี่ยงของร้อน ล้างแผ่นกรองสม่ำเสมอ และรู้จังหวะเปิด-ปิดแอร์ให้เหมาะสม ก็ช่วยลดค่าไฟได้จริง
อยากเปิดแอร์ให้เย็นสบายโดยไม่ต้องกังวลค่าไฟใช่ไหม? ความจริงแล้วแค่ปรับวิธีใช้งานนิดเดียว ก็ช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างเห็นผล มาดูวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ ใช้แอร์ได้เหมือนเดิม แต่ช่วยเซฟค่าไฟและพลังงานในระยะยาว แถมยังดีต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ไปพร้อมกันอีกด้วย

ทำไมเปิดแอร์ถึงกินไฟ?
แอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสูงที่สุดชนิดหนึ่งในบ้าน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน แอร์ต้องทำงานหนักเพื่อดึงความร้อนออกจากห้องและรักษาอุณหภูมิให้คงที่ กระบวนการนี้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ทั้งจากคอมเพรสเซอร์ พัดลม และระบบควบคุมต่างๆ ยิ่งเปิดนาน เปิดอุณหภูมิต่ำ หรือห้องไม่เก็บความเย็น ก็ยิ่งทำให้แอร์กินไฟมากขึ้น

คู่มือการเลือกและติดตั้งแอร์ให้ช่วยประหยัดไฟ
ก่อนจะไปดูวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ อย่าลืมเริ่มจากเลือกแอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง ติดตั้งให้ถูกวิธี และใส่ใจปัจจัยต่างๆ เพราะพื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้แอร์ทำงานดี ประหยัดไฟได้จริง และใช้งานได้นานขึ้น
แอร์ต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
ถ้าอยากให้แอร์ช่วยประหยัดไฟตั้งแต่ต้น การเลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะฉลากนี้บอกว่าแอร์รุ่นนั้นใช้พลังงานได้คุ้ม ประหยัดไฟกว่ารุ่นทั่วไป บนฉลากจะมีค่า SEER เอาไว้ดูความประหยัดไฟ ยิ่งตัวเลขสูงก็ยิ่งกินไฟน้อย และถ้ามีจำนวนดาวเยอะก็ยิ่งการันตีความประหยัดมากขึ้น ก่อนตัดสินใจซื้อ อย่าลืมดูให้ครบทั้งค่า SEER จำนวนดาวบนฉลาก ขนาด BTU ที่เหมาะกับห้อง และถ้าเลือกได้ แอร์ระบบ Inverter ก็จะช่วยให้แอร์ทำงานลื่น ประหยัดไฟต่อเนื่อง และลดค่าไฟในระยะยาวได้จริง
ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไว้ใช้กับแอร์
ถ้าใครกังวลว่าเปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืนแล้วค่าไฟจะพุ่ง ลองมองอุปกรณ์ช่วยประหยัดไฟฟ้าอย่างการติดตั้งโซลาร์เซลล์และโซลาร์เซลล์อินเวอร์เตอร์ดู เพราะระบบนี้ช่วยลดค่าไฟได้ค่อนข้างมาก โดยเอาพลังงานจากแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้า ใช้ได้ฟรี ไม่หมดไปง่ายๆ แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ส่วนใหญ่บ้านพักอาศัยจะติดตั้งแบบออนกริด (On-grid) ใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ควบคู่กับไฟบ้าน ซึ่งต้องขอใช้มิเตอร์พิเศษจากการไฟฟ้า ระบบจะดึงไฟจากแสงอาทิตย์มาใช้ก่อน ถ้าไม่พอก็ยังมีไฟจากการไฟฟ้าเสริม และในวันที่ผลิตไฟได้เกินใช้ ยังสามารถขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้ด้วย ถือว่าเป็นอีกทางช่วยคุมค่าไฟระยะยาวได้ดี
ขนาด BTU แอร์ต้องเหมาะกับขนาดห้อง
การเลือกขนาด BTU แอร์ให้พอดีกับห้องเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะช่วยให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและไม่กินไฟเกินจำเป็น วิธีคำนวณง่ายๆ คือเอาพื้นที่ห้อง (ตารางเมตร) ไปคูณกับตัวเลขประมาณการ เช่น ห้องทั่วไปใช้ประมาณ 800 BTU ต่อ ตร.ม. แต่ถ้าเป็นห้องที่โดนแดดแรง คนเข้าออกบ่อย หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะ อาจขยับขึ้นเป็น 900-1,000 BTU ต่อ ตร.ม.
ถ้าห้องมีลักษณะพิเศษ เช่น ฝ้าเพดานสูง กระจกเยอะ หรือรูปทรงห้องไม่ปกติ แนะนำให้ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญจะได้เลือก BTU ได้แม่นยำขึ้น เพราะถ้าเลือก BTU เล็กเกินไป แอร์จะทำงานหนัก เปิดนานก็ไม่เย็น ส่วนถ้าใหญ่เกินไป แอร์จะตัดบ่อย ลดความชื้นได้ไม่ดี สุดท้ายก็เปลืองไฟและทำให้อายุการใช้งานสั้นลงโดยไม่รู้ตัว
ไม่ควรติดตั้งแอร์ในทิศตะวันตก
ตำแหน่งติดตั้งแอร์มีผลกับการประหยัดไฟมากกว่าที่คิด โดยควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งในทิศตะวันตก เพราะช่วงบ่ายแดดจะส่องแรง ทำให้ความร้อนเข้าสู่ห้องเยอะ แอร์เลยต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสู้ความร้อนจากด้านนอก ผลก็คือกินไฟมากขึ้น แถมเครื่องยังทำงานเกินกำลังจนเสื่อมเร็วกว่าเดิม
ถ้าจำเป็นต้องติดตั้งในทิศนี้จริงๆ แนะนำเสริมตัวช่วยอย่างฉนวนกันความร้อน ติดม่านกันแดด หรือปลูกต้นไม้ใหญ่ช่วยบังแดด ก็จะช่วยลดความร้อนที่เข้าห้อง ทำให้แอร์ทำงานเบาลงและประหยัดไฟได้มากขึ้น
ติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
การติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ในจุดที่ร่มและอากาศถ่ายเทดี ช่วยให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดไฟมากขึ้น เพราะคอมเพรสเซอร์จะระบายความร้อนได้ง่าย ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้กินไฟน้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ เพราะเครื่องไม่ต้องฝืนทำงานในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด ยิ่งคอมเพรสเซอร์อยู่ในที่เย็นและระบายอากาศได้ดีเท่าไร แอร์ก็ยิ่งทำงานลื่น ประหยัดพลังงาน และช่วยลดค่าไฟในระยะยาวได้มากขึ้น

11 วิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ ทำได้ทุกวัน
เมื่อเลือกแอร์พร้อมแล้ว มาดู 11 วิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ ที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันกันเลย
1. ระบายความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์
หลักการทำงานของแอร์คือดึงความร้อนออกจากห้องให้ได้อุณหภูมิตามที่ตั้งไว้ ยิ่งห้องร้อนมาก แอร์ก็ยิ่งต้องทำงานหนักและกินไฟมากขึ้น เพราะฉะนั้นก่อนเปิดแอร์ ลองเปิดหน้าต่างระบายความร้อนออกไปก่อนสักพัก แล้วปิดผ้าม่านหรือมู่ลี่กันแดดไม่ให้ความร้อนจากข้างนอกเข้ามาเพิ่ม
วิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟนี้ช่วยลดอุณหภูมิในห้องตั้งแต่ต้น ทำให้แอร์ไม่ต้องเร่งทำงานหนัก ห้องจะเย็นไวขึ้น แถมยังช่วยประหยัดไฟได้แบบเห็นผลอีกด้วย
2. ไม่เร่งอุณหภูมิแอร์ช่วง 1-2 นาทีแรก
ถ้าอยากเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ เรื่องหนึ่งที่ควรเลี่ยงคือการกดอุณหภูมิต่ำสุดทันทีในช่วง 1-2 นาทีแรก หลายคนคิดว่าจะช่วยให้ห้องเย็นไวขึ้น แต่จริงๆ แล้วทำให้แอร์ต้องเร่งทำงานหนัก เพราะส่วนต่างอุณหภูมิระหว่างในห้องกับข้างนอกสูงเกินไป ผลก็คือกินไฟมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
ถ้ารู้สึกร้อนมาก แนะนำให้ใช้โหมดเร่งความเร็วพัดลมแทน จะช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วห้องได้เร็วกว่า ห้องเย็นไวขึ้น แถมช่วยประหยัดไฟในบ้านได้มากกว่าการปรับอุณหภูมิต่ำสุดตั้งแต่แรกด้วย
3. หลีกเลี่ยงการเปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ
อีกวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ คือเลี่ยงการเปิดๆ ปิดๆ บ่อยเกินไป เพราะทุกครั้งที่เปิดใหม่ แอร์จะต้องเร่งทำงานช่วงแรก กินไฟมากกว่าการเปิดต่อเนื่องตามปกติ ถ้ารู้ว่าจะไม่ได้ใช้งานอีกนาน การปิดแอร์ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะ แต่ถ้าแค่ออกไปไม่นานหรือยังต้องกลับมาใช้ต่อ แนะนำให้เปิดแอร์ทิ้งไว้จะดีกว่า นอกจากช่วยคุมค่าไฟแล้ว ยังช่วยให้แอร์ทำงานไม่หนักเกินไป และใช้งานได้นานขึ้นด้วย
4. เปิดแอร์ 26-27 องศา พร้อมเปิดพัดลม
หลายคนมักเข้าใจว่าตั้งแอร์ที่ 25 องศาเซลเซียสคือจุดประหยัดไฟที่สุด แต่จริงๆ แล้ว 25 องศาเซลเซียสเป็นแค่อุณหภูมิมาตรฐานที่ให้ความเย็นสบายและช่วยลดการใช้พลังงานได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าวันไหนอากาศไม่ร้อนมาก ลองขยับขึ้นเป็น 26-27 องศาเซลเซียสก็ยังเย็นสบายอยู่ แถมช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้นอีก
ยิ่งถ้าเปิดพัดลมควบคู่กัน จะช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วห้อง ทำให้รู้สึกเย็นไม่ต่างจากการตั้งแอร์ที่ 25°C แต่ใช้พลังงานน้อยลง เหมาะกับสายเปิดแอร์ยาวๆ
5. ไม่เปิดแอร์ในพื้นที่โล่งกว้าง
วิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ ควรเลี่ยงใช้แอร์ในพื้นที่โล่งกว้างเกินไป เช่น ห้องนั่งเล่นที่ต่อกับบันได โถงทางเดิน หรือคอนโดสองชั้นที่ไม่ได้กั้นพื้นที่ เพราะแอร์จะต้องทำงานหนักมากเพื่อทำให้ทั้งพื้นที่เย็น ทั้งที่จริงๆ แล้วแอร์ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับห้องปิดมากกว่า
ทางที่ดีที่สุดคือกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนด้วยประตูหรือผนัง จะช่วยให้ห้องเย็นเร็วและกินไฟน้อยลง แต่ถ้ากั้นไม่ได้ก็ควรเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU เหมาะกับพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้แอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพและไม่เปลืองไฟเกินจำเป็น
H3: 6. เลี่ยงการนำของร้อนหรือของชื้นเข้ามาในห้อง
สิ่งที่มีผลกับการทำงานของแอร์มากๆ คือ ความร้อนกับความชื้น ถ้าสองอย่างนี้สูงขึ้น แอร์ก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงอุณหภูมิลงมาให้ได้ตามที่ตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่ากินไฟมากขึ้นตามไปด้วย
ถ้าอยากให้แอร์ทำงานได้ดีและประหยัดไฟในบ้าน ควรเลี่ยงเอาของร้อนหรือของที่มีความชื้นเข้ามาในห้อง และพยายามไม่ทำกิจกรรมที่ก่อความร้อนตอนเปิดแอร์ เช่น ต้มน้ำ รีดผ้า หรือเอาเสื้อผ้าเปียกเข้าห้อง ทางที่ดีทำกิจกรรมเหล่านี้ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยเปิดแอร์ จะช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ และช่วยประหยัดพลังงานได้แบบเห็นผล
7. ปิดม่านหรือมู่ลี่ตอนกลางวัน
การปิดม่านหรือมู่ลี่ตอนกลางวันในช่วงที่เปิดแอร์ เป็นวิธีง่ายๆ แต่เป็นตัวช่วยประหยัดค่าไฟได้ดีมาก โดยเฉพาะวันที่แดดแรง เพราะช่วยกันความร้อนจากข้างนอกไม่ให้เข้ามาในห้อง
ถ้าเลือกได้ ลองใช้ม่านหรือมู่ลี่สีเข้ม หรือแบบที่มีฉนวนกันความร้อน จะช่วยลดอุณหภูมิในห้อง ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก กินไฟน้อยลง อีกทริกหนึ่งคือปรับมู่ลี่ให้อยู่ในแนวตั้ง จะยังมีแสงเข้ามาเล็กน้อยโดยไม่เพิ่มความร้อน ช่วยให้ห้องสว่างพอดีและประหยัดค่าไฟไปพร้อมกัน
H3: 8. เปิดโหมด Sleep หรือ Timer
โหมด Sleep กับ Timer เป็นตัวช่วยประหยัดไฟของแอร์ที่หลายคนมองข้าม โหมด Sleep จะค่อยๆ ปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเล็กน้อยตอนกลางคืน ให้เข้ากับช่วงที่ร่างกายหลับลึก ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานเบาลง กินไฟน้อยลง แต่ยังนอนสบายเหมือนเดิม
ส่วนโหมด Timer ช่วยตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ได้ตามต้องการ เช่น ตั้งให้ปิดหลังจากหลับไปแล้ว หรือให้แอร์เปิดก่อนตื่นนอนนิดหน่อย วิธีนี้ช่วยตัดการใช้ไฟที่ไม่จำเป็น และช่วยคุมค่าไฟได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมานั่งเปิด-ปิดเอง
9. เลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน
หน้าที่หลักของแอร์คือทำให้ห้องเย็นสบาย พอมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนเข้ามาในห้อง อย่างเตารีด กระติกน้ำร้อน หรือกระทะไฟฟ้า ความร้อนก็จะเพิ่มขึ้นทันที แอร์เลยต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงอุณหภูมิลงมา ผลก็คือกินไฟมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เพราะฉะนั้น ถ้าอยากประหยัดไฟ ควรหลีกเลี่ยงการใช้หรือเอาของร้อนเข้ามาในห้องตอนเปิดแอร์ จะช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ และช่วยคุมค่าไฟได้อีกทางหนึ่ง
10. ปิดแอร์เมื่อไม่อยู่ในห้องนานกว่า 1 ชั่วโมง
อีกหนึ่งวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟคือ ปิดแอร์เมื่อออกจากห้องนานเกิน 1 ชั่วโมง วิธีนี้ทำได้ง่ายแต่ช่วยเซฟไฟได้เยอะ เพราะคอมเพรสเซอร์ซึ่งเป็นตัวกินไฟหลักจะหยุดทำงาน ลดการทำความเย็นที่ไม่จำเป็น แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ไปในตัว
สำหรับแอร์รุ่นใหม่ที่มีระบบตั้งเวลา ก็สามารถตั้ง Timer ให้ปิดอัตโนมัติได้ สะดวกไม่ต้องกังวลลืมปิด แม้หลายคนจะคิดว่าการเปิด-ปิดแอร์บ่อยทำให้เปลืองไฟ แต่ถ้ารู้ตัวว่าจะออกจากห้องนานเกิน 1 ชั่วโมง การปิดแอร์ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าการเปิดทิ้งไว้แน่นอน
11. หมั่นล้างแผ่นกรองอากาศทุกเดือน
การล้างแผ่นกรองอากาศแอร์เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้แอร์ทำงานดีขึ้นและประหยัดไฟขึ้น เริ่มจากปิดแอร์และตัดเบรกเกอร์ก่อนเพื่อความปลอดภัย จากนั้นถอดแผ่นกรองออกมาทำความสะอาด จะใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือแปรงขนนุ่มปัดฝุ่นออกก่อนก็ได้
ถ้ามีคราบมันหรือฝุ่นฝังแน่น ใช้น้ำยาทำความสะอาดแบบอ่อนๆ ล้างออก แล้วตามด้วยน้ำสะอาด เสร็จแล้วอย่าลืมตากให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับเข้าเครื่อง การล้างแผ่นกรองเป็นประจำจะช่วยให้ลมไหลดีขึ้น แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก กินไฟน้อยลง และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ไปได้อีกนาน
สรุป
ถ้าอยากเปิดแอร์ให้เย็นสบายแต่ไม่ต้องกลัวค่าไฟพุ่ง เริ่มตั้งแต่เลือกแอร์ให้เหมาะกับห้อง ติดตั้งให้ถูกตำแหน่ง ใช้งานให้ถูกวิธี และลดปัจจัยที่ทำให้แอร์ทำงานหนัก เช่น ความร้อนและความชื้น ตั้งอุณหภูมิพอดี ใช้พัดลมช่วย ล้างแผ่นกรองสม่ำเสมอ และรู้จังหวะเปิด-ปิดแอร์ให้เหมาะสม ก็ช่วยประหยัดไฟได้จริงในชีวิตประจำวัน
อยากประหยัดได้มากขึ้นอีกขั้น การติดตั้ง Solar Inverter จาก EWAVE ก็เป็นอีกตัวช่วยที่ตอบโจทย์ เพราะใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าให้บ้านและแอร์โดยตรง ช่วยลดการใช้ไฟจากการไฟฟ้า ประหยัดค่าไฟระยะยาว เปิดแอร์ได้สบายใจขึ้น ทั้งคุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันเลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ (FAQ)
หลายคนอาจยังมีคำถามว่านอกจากวิธีพื้นฐานแล้ว ยังมีอะไรอีกไหมที่ช่วยให้เปิดแอร์ได้ประหยัดไฟขึ้นอีก มาดูคำตอบของข้อสงสัยยอดฮิต ที่ช่วยให้ใช้แอร์คุ้มและประหยัดค่าไฟได้มากกว่าเดิม
การใช้โหมดประหยัดไฟ ช่วยประหยัดไฟได้จริงไหม
ช่วยประหยัดไฟได้จริง โดยโหมดประหยัดไฟหรือ Eco Mode จะปรับการทำงานของคอมเพรสเซอร์และพัดลมให้เหมาะสม ไม่เร่งเครื่องเกินจำเป็น แอร์จะค่อยๆ รักษาอุณหภูมิให้คงที่ ทำให้ใช้พลังงานน้อยลง แม้ความเย็นอาจไม่ฉ่ำเท่าโหมดปกติ แต่ให้ความเย็นสบายต่อเนื่อง เหมาะกับการเปิดแอร์นานๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือวันที่อากาศไม่ร้อนมาก
ต้องทำความสะอาดแอร์บ่อยแค่ไหนเพื่อประหยัดไฟ
แนะนำล้างแผ่นกรองอากาศอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือทุก 2-4 สัปดาห์ถ้าเปิดแอร์บ่อย เพราะฝุ่นที่สะสมจะทำให้ลมไหลไม่สะดวก แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น ส่วนการล้างใหญ่โดยช่าง ควรทำทุก 6 เดือน เพื่อให้ระบบภายในสะอาดและทำงานเต็มประสิทธิภาพ การดูแลสม่ำเสมอช่วยให้แอร์เย็นเร็ว กินไฟน้อย และยืดอายุการใช้งาน
เปิดแอร์ทั้งวันหรือเปิด-ปิดตามต้องการ ประหยัดไฟกว่ากัน
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาใช้งาน หากออกจากห้องสั้นๆ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง การเปิดแอร์ทิ้งไว้จะประหยัดไฟกว่า เพราะแอร์ไม่ต้องเร่งเครื่องใหม่ตอนเปิด แต่ถ้ารู้ว่าจะออกไปนานเกิน 1 ชั่วโมง การปิดแอร์จะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า การรู้จังหวะเปิด-ปิดให้เหมาะสม จะช่วยลดการใช้พลังงานและคุมค่าไฟได้ดีที่สุด