มิเตอร์ TOU คืออะไร ประหยัดค่าไฟได้จริงไหม แบบไหนเหมาะกับบ้าน
Key Takeaway
- มิเตอร์ TOU คือ มิเตอร์ไฟฟ้าที่บันทึกหน่วยไฟแยกตามช่วงเวลาและคิดค่าไฟแบบ Time of Use โดยแบ่งหลักๆ เป็นช่วง Peak และ Off Peak จุดสำคัญคือมิเตอร์ไม่ได้ทำให้ใช้ไฟน้อยลงเอง แต่ช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าวางแผนย้ายการใช้ไฟไปยังช่วงที่ราคาต่อหน่วยต่ำกว่าได้
- มิเตอร์ TOU ต่างจากมิเตอร์ปกติ ตรงที่มิเตอร์สำหรับบ้านในอัตราปกติคิดค่าพลังงานตามจำนวนหน่วยแบบขั้นบันได ขณะที่ TOU แยกราคาตามช่วงเวลาที่เกิดการใช้ไฟ บ้านที่ใช้ไฟในช่วง Off Peak มากจึงมีโอกาสลดค่าไฟได้มากกว่า
- มิเตอร์ TOU มีกี่แบบ? หากแบ่งตามระบบไฟภายในบ้านสามารถมองเป็นแบบ 1 เฟสและ 3 เฟส ส่วนคำถามว่ามิเตอร์ TOU มีกี่ขนาดต้องดูทั้งพิกัดกระแส ระบบสายเมน เมนเบรกเกอร์ และโหลดที่เปิดพร้อมกัน ไม่ควรเลือกจากขนาดพื้นที่บ้านเพียงอย่างเดียว
- มิเตอร์ TOU ใช้ร่วมกับโซลาร์เซลล์ได้ โดยโซลาร์เซลล์ช่วยลดการซื้อไฟจากโครงข่ายในช่วงกลางวัน ขณะที่ TOU ช่วยจัดการต้นทุนของโหลดที่สามารถย้ายไปใช้ช่วง Off Peak ได้ การออกแบบที่เหมาะสมจึงต้องดูพฤติกรรมการใช้พลังงานทั้งวันควบคู่กัน
มิเตอร์ TOU คือ มิเตอร์ไฟฟ้าที่คิดอัตราค่าไฟตามช่วงเวลาการใช้ไฟ (Time of Use) โดยแบ่งเป็นช่วง Peak และ Off Peak ซึ่งมีอัตราค่าไฟต่อหน่วยแตกต่างกัน ทำให้บ้านหรือธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในช่วง Off Peak มีโอกาสลดค่าไฟได้มากกว่าการใช้มิเตอร์อัตราปกติ อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟในแต่ละช่วงเวลาเป็นสำคัญ
บทความนี้จะพาไปรู้จักหลักการทำงานของมิเตอร์ TOU ความแตกต่างจากมิเตอร์ทั่วไป ขนาดมิเตอร์ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน ขั้นตอนการยื่นขอ รวมถึงการใช้งานร่วมกับระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยประเมินว่ามิเตอร์ TOU เหมาะกับรูปแบบการใช้ไฟของบ้านหรือธุรกิจหรือไม่

มิเตอร์ TOU คืออะไร และทำงานอย่างไร
มิเตอร์ TOU คือ มิเตอร์ไฟฟ้าที่คิดค่าไฟตามช่วงเวลาการใช้งาน หรือ Time of Use โดยแบ่งการคิดค่าไฟออกเป็นช่วง Peak และ Off Peak ซึ่งมีอัตราค่าไฟแตกต่างกัน จึงเหมาะกับบ้านที่สามารถย้ายการใช้อุปกรณ์กำลังสูงไปยังช่วงที่มีค่าไฟต่ำกว่า
หลักการทำงานของมิเตอร์ TOU คือการบันทึกหน่วยไฟฟ้าแยกตามช่วงเวลาที่เกิดการใช้งาน จากนั้นจึงนำหน่วยในแต่ละช่วงไปคำนวณตามอัตราที่กำหนด โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก
- Peak คือช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง
- Off Peak คือช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า
ตัวอย่างเช่น หากบ้านใช้ไฟ 10 หน่วยในช่วง Peak และอีก 10 หน่วยในช่วง Off Peak แม้ปริมาณการใช้ไฟจะเท่ากัน แต่ค่าใช้จ่ายของแต่ละช่วงจะแตกต่างกัน เนื่องจากมิเตอร์บันทึกเวลาใช้งานแยกออกจากกันก่อนนำไปคำนวณค่าไฟ
มิเตอร์ TOU ต่างจากมิเตอร์ปกติอย่างไร
มิเตอร์ TOU ต่างจากมิเตอร์ปกติที่วิธีคิดค่าไฟ โดยมิเตอร์ปกติคิดตามจำนวนหน่วยแบบขั้นบันได ส่วนมิเตอร์ TOU คิดตามช่วงเวลาที่ใช้ไฟ โดยแบ่งเป็นช่วง Peak และ Off Peak จึงเหมาะกับบ้านที่สามารถย้ายการใช้ไฟไปช่วง Off Peak ได้มากกว่า เปรียบเทียบแบบง่ายได้ดังนี้
| ประเด็น | อัตราปกติ | มิเตอร์ TOU |
| หลักการคิดค่าไฟ | คิดตามจำนวนหน่วยแบบขั้นบันได | คิดตามจำนวนหน่วยและช่วงเวลาที่ใช้ไฟ |
| เวลาที่ใช้ไฟ | ไม่แบ่งช่วง Peak และ Off Peak | แบ่งช่วง Peak และ Off Peak ซึ่งมีผลต่อราคาต่อหน่วย |
| การปรับพฤติกรรม | เน้นลดจำนวนหน่วยไฟรวม | เน้นทั้งลดจำนวนหน่วยและย้ายเวลาใช้ไฟ |
| เหมาะกับ | บ้านที่ใช้ไฟกระจายตลอดวันและปรับเวลาใช้งานได้ยาก | บ้านที่สามารถย้ายโหลดกำลังสูงไปช่วง Off Peak ได้ |
| ความเสี่ยง | ค่าไฟเพิ่มขึ้นตามจำนวนหน่วยที่ใช้ | ค่าไฟอาจสูงขึ้นหากใช้ไฟในช่วง Peak เป็นสัดส่วนมาก |
ดังนั้น TOU ไม่ได้ดีกว่าอัตราปกติในทุกกรณี การเลือกระบบควรเริ่มจากพฤติกรรมการใช้ไฟจริงมากกว่าดูเพียงยอดค่าไฟต่อเดือน
ช่วง Peak และ Off Peak คือเวลาใด
ตามโครงสร้างอัตรา TOU ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช่วงเวลาหลักสำหรับผู้ใช้ไฟสามารถสรุปได้ดังนี้
- Peak เวลา 09.00 ถึง 22.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์
- Off Peak เวลา 22.00 ถึง 09.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์
- วันเสาร์และวันอาทิตย์เป็น Off Peak ตลอดวัน
- วันหยุดราชการต้องตรวจสอบตามประกาศ
- วันหยุดชดเชยอาจไม่ได้รับการคิดเป็น Off Peak ทุกกรณี
อ้างอิงจากประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ PEA จุดที่ต้องให้ความสำคัญคือวันหยุดราชการและวันหยุดชดเชย เนื่องจากวันหยุดบางประเภทอาจมีเงื่อนไขต่างกันตามประกาศของการไฟฟ้า การวางแผนเปิดโหลดกำลังสูงตามปฏิทินจึงควรตรวจสอบข้อมูลของปีปัจจุบันอีกครั้ง โดยสามารถตรวจสอบปฏิทิน Off Peak ของ PEA ก่อนจัดตารางการใช้ไฟในวันหยุดได้

มิเตอร์ TOU มีกี่แบบ
แล้วมิเตอร์ TOU มีกี่แบบ ควรเลือกแบบไหนดี? มิเตอร์ TOU สำหรับบ้านพักอาศัยโดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 2 แบบตามระบบไฟฟ้า ได้แก่ แบบ 1 เฟส และแบบ 3 เฟส โดยควรเลือกให้สอดคล้องกับระบบไฟเดิมและปริมาณโหลดภายในบ้าน ทั้งสองแบบใช้หลักการคิดค่าไฟตามช่วง Peak และ Off Peak เหมือนกัน
มิเตอร์ TOU แบบ 1 เฟส
ระบบไฟ 1 เฟสพบได้ทั่วไปในบ้านพักอาศัย ใช้กับระบบไฟแรงดันประมาณ 220 ถึง 230 โวลต์ และรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทั่วไปได้เมื่อออกแบบระบบอย่างเหมาะสม บ้านที่เหมาะกับระบบ 1 เฟสมักมีลักษณะดังนี้
- โหลดรวมไม่ได้สูงมาก
- ไม่มีอุปกรณ์กำลังสูงจำนวนมากทำงานพร้อมกัน
- สายเมนและเมนเบรกเกอร์เดิมรองรับโหลดได้
- ไม่มีแผนเพิ่มโหลดขนาดใหญ่จำนวนมากในระยะใกล้
ก่อนเลือกขนาดมิเตอร์ควรตรวจสอบโหลดสำคัญ เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องอบผ้า ปั๊มน้ำ EV Charger ระบบโซลาร์เซลล์ ระบบแบตเตอรี่ การนับจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะสิ่งสำคัญคือกำลังไฟของอุปกรณ์ที่มีโอกาสเปิดพร้อมกัน
มิเตอร์ TOU แบบ 3 เฟส
ระบบไฟ 3 เฟสเหมาะกับบ้านที่มีโหลดรวมสูง หรือมีอุปกรณ์กำลังสูงหลายรายการ ซึ่งต้องการการกระจายโหลดให้เหมาะสม ประโยชน์หลักของระบบ 3 เฟสคือสามารถกระจายวงจรไปยังแต่ละเฟส ทำให้ระบบรองรับโหลดได้เป็นระเบียบมากขึ้นและลดปัญหาการรวมโหลดจำนวนมากไว้บนเฟสเดียว บ้านที่อาจต้องพิจารณา 3 เฟส เช่น
- บ้านขนาดใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศหลายชุด
- บ้านที่ติด EV Charger กำลังสูง
- บ้านที่ใช้เตาไฟฟ้าและเครื่องทำน้ำอุ่นหลายจุด
- บ้านที่มีระบบโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่
- บ้านที่ต้องการเพิ่มโหลดในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ระบบ 3 เฟสไม่ได้ประหยัดไฟกว่าระบบ 1 เฟสโดยอัตโนมัติ เพราะค่าไฟยังขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยและช่วงเวลาที่ใช้เป็นหลัก การออกแบบควรพิจารณาการจัดสมดุลโหลด ขนาดสายเมน เมนเบรกเกอร์ ระบบสายดิน และอุปกรณ์ป้องกันโดยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า
มิเตอร์ TOU มีกี่ขนาด และเลือกอย่างไรให้พอใช้
อีกคำถามที่พบได้บ่อยคือ มิเตอร์ TOU มีกี่ขนาด ซึ่งไม่มีจำนวนตายตัวที่ใช้เหมือนกันทุกพื้นที่ เนื่องจากการเลือกขนาดต้องสัมพันธ์กับประเภทระบบไฟ จำนวนเฟส และโหลดของสถานที่ ขนาดที่พบได้ในระบบแรงต่ำมีตัวอย่างเช่น
- 5(15)A
- 15(45)A
- 30(100)A
- ขนาดที่สูงขึ้นตามลักษณะระบบและหลักเกณฑ์ของการไฟฟ้า
ตัวเลขด้านหน้าวงเล็บคือค่ากระแสพิกัด ส่วนตัวเลขในวงเล็บแสดงค่ากระแสสูงสุดที่มิเตอร์ประเภทนั้นรองรับตามการออกแบบ
การเลือกขนาดไม่ควรดูจากพื้นที่บ้านเพียงอย่างเดียว บ้านพื้นที่ 200 ตารางเมตรสองหลังอาจต้องใช้ขนาดมิเตอร์ต่างกัน หากรูปแบบการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เหมือนกัน
ตัวแปรสำคัญที่ต้องดูประกอบกัน ได้แก่ โหลดรวม โหลดที่เปิดพร้อมกัน ขนาดสายเมน ขนาดเมนเบรกเกอร์ จำนวนเฟส EV Charger ระบบโซลาร์เซลล์ แผนเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในอนาคต
วิธีประเมินขนาดจากโหลดภายในบ้าน
วิธีพื้นฐานคือจัดทำ Load List เพื่อรวบรวมกำลังของอุปกรณ์ที่ใช้งานภายในบ้าน สามารถเริ่มได้ตามขั้นตอนดังนี้
- จดกำลังไฟของเครื่องใช้แต่ละชนิดเป็นวัตต์หรือกิโลวัตต์
- แยกอุปกรณ์ที่ทำงานต่อเนื่องออกจากอุปกรณ์ที่เปิดเป็นช่วง
- ประเมินว่ามีอุปกรณ์ใดเปิดพร้อมกันบ้าง
- ตรวจสอบเครื่องใช้กำลังสูงเป็นพิเศษ
- ประเมินโหลดที่จะเพิ่มในอนาคต
- ตรวจสอบสายเมนและเมนเบรกเกอร์เดิม
- นำข้อมูลให้ผู้เชี่ยวชาญหรือการไฟฟ้าประเมิน
ตัวอย่างเช่น บ้านมีเครื่องปรับอากาศ 6 เครื่อง แต่มีพฤติกรรมเปิดพร้อมกันสูงสุด 3 เครื่อง การประเมินโหลดควรสะท้อนการใช้งานจริงมากกว่านำกำลังของทั้ง 6 เครื่องมารวมทันที
ในทางกลับกัน หากมี EV Charger เครื่องทำน้ำอุ่น และเตาไฟฟ้าที่สามารถทำงานพร้อมกันได้ ควรนำโหลดเหล่านี้มาพิจารณาอย่างละเอียด เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กำลังสูง
ทำไมจึงไม่ควรเลือกมิเตอร์ใหญ่เกินความจำเป็น
มิเตอร์ขนาดใหญ่ไม่ได้ทำให้ค่าไฟถูกลง และไม่ได้ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานประหยัดขึ้น หากขยายขนาดระบบมากเกินความจำเป็น อาจต้องมีงานเพิ่มเติม เช่น
- เปลี่ยนสายเมน
- เปลี่ยนเมนเบรกเกอร์
- ปรับตู้ควบคุมไฟฟ้า
- เพิ่มอุปกรณ์ป้องกัน
- ปรับระบบสายดิน
- เปลี่ยนระบบจาก 1 เฟสเป็น 3 เฟส
ค่าใช้จ่ายรวมจึงอาจเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้สร้างประโยชน์ที่สัมพันธ์กับการใช้งานจริง แนวทางที่เหมาะสมคือเลือกขนาดให้รองรับโหลดปัจจุบันและเผื่อโหลดในอนาคตอย่างสมเหตุสมผล
มิเตอร์ TOU คิดค่าไฟอย่างไร
การทำความเข้าใจว่ามิเตอร์ TOU คิดค่าไฟอย่างไร เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจเปลี่ยน สำหรับบ้านที่รับไฟแรงดันต่ำกว่า 22 กิโลโวลต์ อัตราฐาน TOU ตามประกาศของ PEA มีตัวเลขดังนี้
| รายการ | อัตรา |
| Peak | 5.7982 บาทต่อหน่วย |
| Off Peak | 2.6369 บาทต่อหน่วย |
| ค่าบริการ | 24.62 บาทต่อเดือน |
อัตราดังกล่าวยังไม่รวมค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถตรวจสอบโครงสร้างอัตราได้จากประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ PEA
วิธีคิดพื้นฐาน
ค่าไฟช่วง Peak = หน่วย Peak × อัตรา Peak
ค่าไฟช่วง Off Peak = หน่วย Off Peak × อัตรา Off Peak
จากนั้นนำค่าไฟทั้งสองช่วงมารวมกับค่าบริการ แล้วคำนวณค่า Ft ตามประกาศในรอบปัจจุบัน ก่อนคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลค่า Ft จากข้อมูลค่าไฟฟ้าและค่า Ft ของ PEA
อัตราค่าไฟ TOU สำหรับบ้านแรงดันต่ำ
จุดเด่นของ TOU คือส่วนต่างของค่าไฟระหว่าง Peak และ Off Peak โดยอัตราฐาน Peak อยู่ที่ 5.7982 บาทต่อหน่วย ส่วน Off Peak อยู่ที่ 2.6369 บาทต่อหน่วย ทำให้ส่วนต่างอยู่มากกว่า 3 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ตามไม่ควรนำส่วนต่างนี้ไปคูณจำนวนหน่วยแล้วสรุปว่าเป็นเงินที่ประหยัดได้ทันที เพราะต้องเปรียบเทียบกับอัตราปกติที่มีโครงสร้างแบบขั้นบันได รวมถึงค่า Ft และภาษีในรอบบิลจริงด้วย
แนวทางที่แม่นยำกว่าคือใช้ข้อมูลการใช้ไฟของบ้านจริง แล้วจำลองค่าใช้จ่ายสองกรณี
- คำนวณด้วยอัตราปกติ
- คำนวณด้วยอัตรา TOU
จากนั้นเปรียบเทียบส่วนต่างรายเดือนและนำไปเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมิเตอร์
ตัวอย่างคำนวณค่าไฟ TOU
สมมติบ้านใช้ไฟรวม 500 หน่วยต่อเดือน
กรณีที่ 1 ใช้ Peak 200 หน่วย และ Off Peak 300 หน่วย
- ค่าไฟช่วง Peak คือ 200 × 5.7982 = 1159.64 บาท
- ค่าไฟช่วง Off Peak คือ 300 × 2.6369 = 791.07 บาท
- ค่าพลังงานรวมกับค่าบริการ คือ 1159.64 + 791.07 + 24.62 = 1975.33 บาท
จำนวนนี้ยังไม่รวมค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม
กรณีที่ 2 ใช้ Peak 350 หน่วย และ Off Peak 150 หน่วย
- ค่าไฟช่วง Peak คือ 350 × 5.7982 = 2029.37 บาท
- ค่าไฟช่วง Off Peak คือ 150 × 2.6369 = 395.54 บาท
- เมื่อนำมารวมกับค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 2449.53 บาท
ทั้งสองกรณีใช้ไฟรวม 500 หน่วยเท่ากัน แต่กรณีที่ใช้ Peak มากกว่ามีค่าไฟฐานสูงกว่าประมาณ 474.20 บาท
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นชัดว่าช่วงเวลาที่เกิดการใช้ไฟเป็นหัวใจของ TOU มากกว่าจำนวนหน่วยรวมเพียงอย่างเดียว

มิเตอร์ TOU ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงหรือไม่
มิเตอร์ TOU มีโอกาสช่วยลดค่าไฟได้จริงเมื่อพฤติกรรมการใช้ไฟสอดคล้องกับโครงสร้างราคา โดยเฉพาะบ้านที่สามารถย้ายโหลดกำลังสูงไปใช้หลัง 22.00 น. หรือใช้พลังงานจำนวนมากในวันเสาร์และวันอาทิตย์
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบ้านที่มีรถยนต์ไฟฟ้า หากต้องชาร์จวันละหลายกิโลวัตต์ชั่วโมงและสามารถตั้งเวลาเริ่มชาร์จหลัง 22.00 น. ได้ หน่วยเหล่านั้นจะอยู่ในช่วง Off Peak ของวันทำงาน
ในทางกลับกัน หากโหลดหลักคือเครื่องปรับอากาศที่เปิดตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงประมาณ 21.00 น. หน่วยส่วนใหญ่ยังอยู่ใน Peak การเปลี่ยนมิเตอร์อาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์ตามที่คาด ก่อนตัดสินใจควรเก็บข้อมูลจริงอย่างน้อย 1 ถึง 3 เดือน โดยดูข้อมูลดังนี้
- จำนวนหน่วยรวมต่อเดือน
- เวลาที่เครื่องปรับอากาศทำงาน
- เวลาที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
- เวลาที่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น
- เวลาที่ใช้เตาไฟฟ้า
- โหลดที่สามารถเลื่อนไปหลัง 22.00 น.
- สัดส่วนการใช้ไฟในวันหยุด
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่ามีหน่วยจำนวนมากเพียงใดที่สามารถย้ายจาก Peak ไป Off Peak ได้จริง
มิเตอร์ TOU ราคาเท่าไร
ราคามิเตอร์ TOU สามารถแยกออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ค่าบริการที่การไฟฟ้าเรียกเก็บ และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบไฟภายในบ้านสำหรับพื้นที่ PEA มีการประกาศค่าบริการเลือกใช้อัตรา TOU โดยค่าบริการสำหรับมิเตอร์แรงต่ำทั่วไปแตกต่างตามจำนวนเฟสและประเภทมิเตอร์ จึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนยื่นคำขอ
ในทางปฏิบัติการติดตั้ง งบประมาณอาจอยู่ตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไป และอาจเพิ่มขึ้นหากระบบไฟภายในต้องปรับปรุง ปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย ได้แก่
- ระบบ 1 เฟสหรือ 3 เฟส
- ขนาดมิเตอร์
- สภาพสายเมน
- ขนาดเมนเบรกเกอร์
- ตู้ควบคุมไฟฟ้า
- ระบบสายดิน
- การเพิ่มจำนวนเฟส
- งานปรับระบบภายในบ้าน
จึงไม่ควรดูเฉพาะราคามิเตอร์แล้วนำมาเป็นงบประมาณรวมทั้งหมด สามารถตรวจสอบอัตราและรายละเอียดล่าสุดได้จากอัตราค่าไฟของ PEA ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการควรตรวจสอบจากการไฟฟ้านครหลวงก่อนยื่นคำขอ
มิเตอร์ TOU เหมาะกับใครบ้าง
การพิจารณาว่า TOU เหมาะหรือไม่ควรดูพฤติกรรมการใช้ไฟมากกว่าประเภทของบ้าน กลุ่มที่มีแนวโน้มเหมาะ ได้แก่
- บ้านที่ใช้ไฟมากหลัง 22.00 น.
- บ้านที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าช่วงกลางคืน
- บ้านที่ตั้งเวลาอุปกรณ์กำลังสูงได้
- บ้านที่ใช้ไฟมากในวันเสาร์และวันอาทิตย์
- บ้านที่มีระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน
- บ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์
- บ้านที่มีข้อมูลการใช้ไฟรายชั่วโมงสำหรับวิเคราะห์
เช็กลิสต์ก่อนเลือก TOU
ก่อนเปลี่ยนสามารถประเมินเบื้องต้นผ่าน 5 คำถาม
- ใช้ไฟหลัง 22.00 น. เป็นสัดส่วนสูงหรือไม่?
- มีรถยนต์ไฟฟ้าหรือโหลดกำลังสูงที่ตั้งเวลาได้หรือไม่?
- สามารถย้ายเครื่องใช้บางชนิดไปช่วง Off Peak ได้หรือไม่?
- ใช้ไฟในช่วงกลางวันของวันทำงานมากเพียงใด?
- เงินที่คาดว่าจะลดได้ต่อเดือนเพียงพอให้คืนค่าเปลี่ยนมิเตอร์ในระยะเวลาที่เหมาะสมหรือไม่?
หากหลายข้อมีแนวโน้มไปทางการใช้ไฟ Off Peak การนำข้อมูลจริงมาคำนวณเปรียบเทียบจะช่วยตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
วิธีขอเปลี่ยนมิเตอร์ TOU ต้องทำอย่างไร
การยื่นขอใช้อัตรา TOU ต้องติดต่อการไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่ โดยบ้านในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการอยู่ในพื้นที่ MEA ส่วนจังหวัดอื่นอยู่ในพื้นที่ PEA ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้
- ตรวจสอบหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า
- เตรียมข้อมูลบิลย้อนหลัง
- ติดต่อสำนักงานการไฟฟ้าที่รับผิดชอบพื้นที่
- แจ้งความประสงค์ขอใช้อัตรา TOU
- เตรียมเอกสารตามรายการ
- รอการตรวจสอบระบบไฟและขนาดมิเตอร์
- รับแจ้งค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการ
- ชำระค่าบริการตามช่องทางที่กำหนด
- นัดหมายติดตั้งหรือเปลี่ยนมิเตอร์
- ตรวจสอบบิลรอบแรกหลังเริ่มใช้อัตราใหม่
การขอติดตั้งและเปลี่ยนแปลงงานระบบไฟสามารถดำเนินการผ่านสำนักงานในพื้นที่และช่องทางที่การไฟฟ้ากำหนด โดยรายละเอียดเอกสารอาจต่างกันตามประเภทคำร้อง
เอกสารที่อาจต้องใช้
รายการเอกสารอาจแตกต่างตามผู้ยื่นและสถานะของสถานที่ โดยทั่วไปอาจมี
- บัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบแจ้งค่าไฟล่าสุด
- เอกสารแสดงสิทธิ์ในสถานที่
- หนังสือมอบอำนาจเมื่อจำเป็น
- เอกสารระบบไฟในกรณีเพิ่มขนาดมิเตอร์
- แบบระบบไฟในกรณีเปลี่ยนจำนวนเฟส
ควรตรวจสอบรายการล่าสุดกับสำนักงานที่รับผิดชอบก่อนเดินทางไปยื่นคำร้อง

มีโซลาร์เซลล์แล้วใช้ร่วมกับมิเตอร์ TOU ได้หรือไม่
สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยโซลาร์เซลล์ช่วยลดปริมาณไฟที่ต้องซื้อจากโครงข่ายในช่วงกลางวันที่แผงผลิตพลังงานได้ ส่วนมิเตอร์ TOU ช่วยบริหารต้นทุนของไฟที่ยังต้องซื้อจากการไฟฟ้าตามช่วง Peak และ Off Peak
หากเป็นระบบ On Grid พลังงานจากโซลาร์เซลล์จะถูกนำมาใช้กับโหลดภายในบ้านก่อน ส่วนที่ผลิตไม่พอจึงค่อยซื้อจากโครงข่ายตามอัตรา TOU ขณะที่ระบบ Hybrid สามารถใช้แบตเตอรี่เก็บพลังงานจากช่วงกลางวันไว้ใช้ในช่วงเย็นได้เพิ่มเติม
ดังนั้น โซลาร์เซลล์และมิเตอร์ TOU สามารถทำงานเสริมกันได้ โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟช่วงกลางวันจากโซลาร์เซลล์และสามารถย้ายโหลดบางส่วน เช่น การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้หลัง 22.00 น. ซึ่งเป็นช่วง Off Peak ทั้งนี้ ความคุ้มค่าควรประเมินจากพฤติกรรมการใช้ไฟและขนาดระบบจริงของแต่ละบ้าน
สรุป
มิเตอร์ TOU เป็นทางเลือกสำหรับบ้านที่ต้องการบริหารค่าไฟตามช่วงเวลา โดยความคุ้มค่าจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนการใช้ไฟในช่วง Peak และ Off Peak มากกว่าการเปลี่ยนมิเตอร์เพียงอย่างเดียว บ้านที่สามารถย้ายโหลดกำลังสูงไปใช้หลัง 22.00 น. หรือมีรถยนต์ไฟฟ้าที่ตั้งเวลาชาร์จได้มีโอกาสได้รับประโยชน์จากอัตรา TOU มากขึ้น
ส่วนบ้านที่มีโซลาร์เซลล์อยู่แล้วสามารถใช้ร่วมกับมิเตอร์ TOU เพื่อช่วยลดการซื้อไฟจากโครงข่ายในช่วงกลางวันและบริหารโหลดช่วงกลางคืนได้อย่างเหมาะสม ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบพฤติกรรมการใช้ไฟ ขนาดมิเตอร์ ระบบไฟภายในบ้าน และค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน เพื่อให้การเลือกใช้งานสอดคล้องกับความต้องการจริงและช่วยลดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการวางแผนใช้โซลาร์เซลล์ร่วมกับมิเตอร์ TOU สามารถศึกษาบริการติดตั้งโซลาร์เซลล์และ Solar Rooftop จาก EWAVE ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดที่มีประสบการณ์มากกว่า 18 ปี พร้อมให้บริการตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ ติดตั้ง ไปจนถึงดูแลหลังการขาย เพื่อให้ระบบเหมาะกับพฤติกรรมการใช้ไฟและคุ้มค่าในระยะยาว
คำถามที่เกี่ยวข้องกับมิเตอร์ TOU (FAQ)
เปลี่ยนมิเตอร์ TOU แล้วค่าไฟลดทันทีหรือไม่?
ไม่เสมอไป ค่าไฟจะลดลงได้เมื่อมีสัดส่วนการใช้ไฟในช่วง Off Peak มากพอ หากเปลี่ยนมิเตอร์แล้วรูปแบบการใช้งานยังเหมือนเดิมและใช้ไฟจำนวนมากในช่วง Peak ค่าไฟอาจไม่ได้ลดลงตามที่คาด ก่อนเปลี่ยนจึงควรนำข้อมูลจริงมาจำลองค่าไฟทั้งอัตราปกติและ TOU เพื่อดูส่วนต่างที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
บ้านที่ใช้ไฟกลางวันเหมาะกับมิเตอร์ TOU หรือไม่?
ต้องพิจารณาว่าการใช้ไฟกลางวันเกิดในวันใดและช่วงเวลาใด หากเป็นวันจันทร์ถึงวันศุกร์ระหว่าง 09.00 ถึง 22.00 น. จะอยู่ในช่วง Peak อย่างไรก็ตาม บ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟใช้เองในช่วงกลางวันได้ ทำให้จำนวนหน่วย Peak ที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้าลดลง จึงควรประเมิน TOU ควบคู่กับข้อมูลการผลิตของระบบโซลาร์เซลล์
บ้านที่มีรถยนต์ไฟฟ้าเหมาะกับมิเตอร์ TOU หรือไม่?
เหมาะมากเมื่อสามารถตั้งเวลาชาร์จหลัง 22.00 น. ได้ เนื่องจากการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใช้พลังงานจำนวนมากและสามารถกำหนดเวลาได้ในหลายระบบ แต่ต้องตรวจสอบขนาดมิเตอร์ สายเมน เมนเบรกเกอร์ และกำลังของ EV Charger ก่อน เพื่อให้ระบบไฟรองรับการชาร์จได้อย่างเหมาะสม
โซลาร์เซลล์กับมิเตอร์ TOU ช่วยลดค่าไฟอย่างไร?
โซลาร์เซลล์ช่วยลดจำนวนหน่วยไฟที่ต้องซื้อจากโครงข่ายในช่วงกลางวัน ส่วน TOU ช่วยลดต้นทุนของหน่วยที่สามารถย้ายไปใช้ช่วง Off Peak ตัวอย่างเช่น ช่วงกลางวันใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์เพื่อรองรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ภายในบ้าน ส่วนการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าย้ายไปหลัง 22.00 น. แนวทางนี้ช่วยบริหารค่าไฟตามช่วงเวลาได้เป็นระบบมากขึ้น
ควรตรวจสอบอะไรเป็นอันดับแรกก่อนเปลี่ยนมิเตอร์ TOU?
ควรเริ่มจากบิลค่าไฟย้อนหลังและพฤติกรรมการใช้ไฟจริง โดยดูว่าโหลดกำลังสูงเกิดขึ้นช่วงใด จากนั้นตรวจสอบว่าโหลดส่วนใดสามารถย้ายไปหลัง 22.00 น. ได้ ขั้นต่อมาคือตรวจสอบขนาดมิเตอร์ ระบบสายเมน เมนเบรกเกอร์ และค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน แล้วนำตัวเลขทั้งหมดมาคำนวณเปรียบเทียบกับค่าไฟอัตราปกติก่อนตัดสินใจ